Preeda 的个人资料Pake照片日志列表 工具 帮助

日志


7月14日

เสื้อผ้า น่าซื้อไปฝากสาว ๆ ทั้งนั้นเลย

วันนี้ไป shopping คนเดียวแถว Deajeon Station
 
ราคาเสื้อผ้าที่เห็นก็ราว ๆ 2000 - 400 บาท
 
แต่ที่เก๋กว่านี้ก็ราคา ไม่เกิน 600 บาท
(เสียดายแอบถ่ายมาไม่ได้)
6月20日

วันนี้ เป็นวันแข่งกีฬาประจำครึ่งปี เหนื่อยมาก แต่ก็สนุกดี

วันนี้ก็เอารูปที่ถ่ายตอนแข่งกีฬามาฝากครับ 
ที่นี่เขาแข่ง กีฬาที่เหมือนเบสบอลแต่ว่าใช้เท้าที่ไม่ขนัดเตะลูก(ลูกวอลเลย์)แทนไม้เบสบอล
แล้วก็มีกีฬาที่เหมือนวอลเลย์ใช้ลูกวอลเลย์ แต่ห้ามใช้มือ (เน็ทที่ใช้จะต่ำกว่าเอว)
แล้วก็เล่นชักเย่อ
 
สนุกดี แล้วก่อนเหนื่อยด้วย
 
พอแข่งเสร็จก็มีเบียร์มีอาหารให้กิน แล้วก็มีจับรางวัล  จบวันอย่างเปรมปรีด์  (โชคดีจริง ๆ เพราะเขายังปีละสองครั้งเอง)
 
คิดถึงทุกคนที่เมืองไทยน่ะครับ
 
ต้องไปแล้วเดี๋ยวต้องไปทำรายงานแล้ว หัวหน้าเพิ่งบอกว่าต้องทำรายงานส่งด้วยทุกอาทิตย์นี่ก็อาทิตย์ที่สามแล้ว
เดี๋ยวต้องไปทำให้เสร็จก่อนวันศุกร์ ไปล่ะ
 
ปล  มีรูปสาวเกาหลีมาฝากด้วยครับวันนี้   (อาจมีรูป My Nu-Na เยอะไปหน่อยเพราะ โดยบังคับให้ถ่ายให้)
( Nu-Na เอาไว้เรียกผู้หญิงที่แก่กว่าครับ ประมาณว่าพี่สาว ๆ อะไรอย่างนี้ล่ะ)
6月15日

ได้ทดลองทานเหล้าเกาหลีแล้ว เข็ดแล้วครับ

เมื่อคืนมีงานปาร์ตี้ต้อนรับ  คือต้อนรับเรา, รับพนักงานใหม่ แล้วก็ Mr. Kim เพิ่งกลับมาจากเกาหลีเหนือไปเจรจารธุรกิจมา
 
งานจัดที่ร้านหมูย่างแห่งหนึ่งไม่รู้จักชื่อแต่ก็ถ้ายรูปหน้าร้านกลับมา
 
แล้วก็ได้ลองโซจู(เหล้าเกาหลี)สมใจอยาก
 
คือตอนแรก Mr. Kim ก็จะรินให้ทุกคนเลย แล้วก็ชนแก้ว เป็นแก้วเล็ก ๆ ซึ่งโดยธรรมเนียมเราเป็นผู้น้อยต้องประคองแก้วด้วยสองมือ
 
ประมาณว่ารับของจากผู้ใหญ่ต้องรับสองมือประมาณนั้นหล่ะ
 
หลังจากนั้นถ้าเราอยากทานกับใครเป็นพิเศษก็จะยื่นแก้วเปล่าของเราไปให้เขาแล้วเราก็ริมเหล้า ให้
 
พอเขากินหมดก็จะคืนแก้วเปล่ามาให้เราแล้วก็รินเหล้าให้เรา (อันนี้ถ้าเทียบกับประเทศไทยก็คือการชนแก้ว แล้วก็หมดแก้วระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง)
 
ด้วยเหตุที่เราชนแก้วไปประมาณ 7 -8 คน เราก็เลยเมาครับ  แต่ก็ยังไม่ต้องมีใครประคองน่ะ ยังไหว ๆ (เหล้าเกาหลีนี้ 19.8 ดีกรีเอง สู้เหล้าขาวบ้านเราไม่ได้
 
แต่กลิ่นมันหอมกว่ากันเห็น ๆ) 
 
ถึงแม้จะเป็นแก้วเล็ก ๆ (แก้วที่เอาไว้ต๊อกเหล้าบ้านเรา) แต่เพราะว่าเราต้องกินเพรียวตลอดนี่สิทำให้เราเมาเร็วมาก ๆ แล้ว Mr. No (ใส่แว่น ผิวขาว)
 
ก็เมาไปกับเราด้วย 5555
 
ในงาน Mr.Park (mental - พี่เลี้ยง) ก็บอกว่าเสาร์อาทิตย์นี่วันใดวันหนึ่งจะชวนเราไปกินข้าวกับที่บ้านเขาด้วย
 
Mr.Lee ก็จะชวนเราไปกินข้าวกับที่บ้านเขาด้วยเหมือนกันแต่เป็นวันเสาร์หน้า เราก็ตอบตกลงเขาไป
 
หลังจากกินกันเสร็จก็เดินไปเล่น เกม starcraft กัน ห้าคนเล่นกันสี่รอบ เราแพ้ สามรอบ เซ้งเลย
 
แล้ว Mr.Lee ก็พาเราขึ้นแท็กซื่มาส่งหอ
 
ด้วยฤทธิ์ของเหล้าเกาหลี ทำให้ตื่นเช้ามา มืนหัวมาก ๆ (ตอนนี้ก็ยังมืนอยู่เลย)
 
สรุปคือเข็ดแล้วครับกับโซจู  ตื่นมามึนหัวอย่างนี้ไม่หวาย ๆ
 
แล้วรูปที่เห็นเป็นทางเดินลงไปเนี่ย คือทางเข้าร้านเกมน่ะครับ มันอยู่ใต้ดิน ซึ่งจะพบเห็นกันเยอะมาก ที่เกาหลีเนี่ย
 
รู้แล้วว่าสินค้าใต้ดินมันมีที่มากจากไหน อิอิ
 
ปล. คุณพ่อ, คุณแม่ และก็คุณนุชไม่ต้องเป็นห่วงน่ะ  เอกสบายดีทุกอย่าง ยกเว้น ยังแฮงค์อยู่ นิด ๆ
6月14日

ทำงานมาอีก 3 วัน

ผ่านไปสามวันก็ยังไม่มีใครเอางานมาให้ทำเป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่
 
หัวหน้าเขาเห็นเราว่างงานจัด ก็เลย ให้เราตามเพื่อนร่วมงานไปดู ศูนย์ทดสอบมิเตอร์วัดการไหลของน้ำ แล้วก็อธิบายหลักการทำงานให้เราฟัง
 
นอกนั้นทั้งวันก็นัด แชท กับ อ่านหนังสือเเตรียมทำ Thesis
 
อืม ที่นี่เขาจะมีวัฒนธรรมว่า หลังกินข้าวเที่ยงเสร็จเขาจะไปเดินย่อย กัน (take a work) เราก็ไปกับเขาทุกเที่ยง
 
เดินกลางแดนเลยครับ  แต่ก็ไม่ร้อนมากน่ะ ส่วนผู้ร่วมเดินของเราก็คือ Mr Yoon ทั้งสองนั่นหล่ะ เดินวันล่ะครื่งชั่วโมง
 
เราว่าเป็นสิ่งที่ดีน่ะ จะได้ไม่รู้สึกขี้เกียจ แถมยังเป็นโอกาสให้เราได้พูดคุยกันด้วย
 
ส่วนรูปที่เห็นเราถ่ายกับสาวคนหนึ่งนั่นก็คือ ผู้ช่วยของหัวหน้าเราที่พูดภาษาอังกฤษได้
 
กับอีกคน เป็นนักข่าว (ไม่รู้จักหรอก แต่ก็ขอเขาถ่ายรูปด้วย) เขามาสัมภาษณ์ Dr Shin ที่เป็นหัวหน้าอีกแผนกใกล้ ๆกัน
 
 
6月12日

อันนี้เป็นรูปของเมื่อวาน เก็บรูปห้องส้วมมาฝากด้วย

เมื่อวานก็เกือบจะไม่ได้ทำงานทั้งวันละ  คือยังดีที่เขาพาไปดู Flow meter calibration center ก็คือสถานนีปรับตั้ง เครื่องวัดอัตราการไหลของน้ำนั่นเอง ได้ดูระบบท่อน้ำที่ค่อยข้างใหญ่ น่าสนใจมาก เสียดายลืมเอากล้องไปก็เลยไม่ได้เก็บรูปมาฝากแต่ว่าเดี๋ยววันนี้ก็จะไปอีก ก็เลยว่าจะถ่ายรูปเก็บไว้วันนี้ล่ะกัน
 
วันนี้ไปถ่ายรูปห้องส้วม มา คือว่าที่นี่เขามีเครื่องล้างก้นกับล้าง ... ของผู้หญิงด้วย แล้วก็ยังมีลมเป่าแห่งอีก เลือกความแรงความร้อนได้ด้วย  ส่วนปุ่มใช้งานก็เดาเอาเองก็แล้วกัน
 
แล้วตอนเย็น Miss OhUmi (เป็นผู้ช่วยผู้ดูแลที่เป็นพี่เลี้ยงเราที่นี่) ก็พาไปกินหมูย่างลมควัน  ประมาณว่าคงรู้สึกผิดที่งานยุ่งมาก เลยไม่มีเวลาจัดหางานมาให้เราทำปล่อยให้เรานั่งง้าว
อยู่ตั้งหลายวัน
 
แล้ววันนี้ก็ถ่ายรูป Mr. No (ที่ใส่แว่น)  Mr. Yoon1 และ Mr. Yoon2 ด้วยคือว่าสองคนนี้เป็นคนที่พาเราไปกินข้าวเที่ยงเกือบทุกวันหน่ะ แล้วก็เลี้ยงไอติมเราด้วย ราคา 1000 วอน
 
ต้องขอบคุณหลาย ๆ สำหรับเพื่อนร่วมงานที่น่ารัก
6月11日

วันอาทิตย์ครับ ไปเที่ยวย่านแหล่งเดินของวัยรุ่นเกาหลี

วันนี้นอนทั้งวันเลย  เพราะวางแผนว่าเดี๋ยวตอนเย็นๆ จะออกไปเที่ยวดูย่านทีวัยรุ่นเกาหลีเดินกันตอนกลางคืน
 
บรรยากาศก็แบบที่เห็นในรูปหล่ะครับ แต่มีไฟล์วิดีโอคลิปด้วยไม่รู้จะอัพโหลดได้อ่ะเปล่า
 
แต่ที่ไม่มีในรูปคือ  มันเป็นภาพบาดตาครับ  ประมาณว่าเห็นแล้วทำให้อิจฉา คือวัยรุ่นที่นี้บางคู่เขาก็จุ๊บ ๆ กันกลางถนนเลย บางคู่ก็กอดกัน แล้วมีอยู่คู่หนึ่ง เรากำลัง
นั่งกินน้ำแข็งใสใส่ถั่วแดงอยู่ ดันมานั่งนัวเนียร์กันอยู่อีกข้างของม้านั่งอีก  ถ้าเป็นประเทศไทยคงจะเดินไปตบหัวแล้วบอกว่า  มาทำอะไรอย่างนี้มันทำให้เราอิจฉา ทำให้คิดถึงแฟนเลย
 
ลืมบอกไปว่า แฟชั่นที่นี้มันสุดยอดมากเลย  ส่วนใหญ่จะเป็นสไตล์หวาน ๆ ผู้หญิงก็ใส่กระโปรงกันส่ะส่วนใหญ่ ดูน่ารักดี
 
แต่ถ้าเป็นผู้ชายที่นี้ไม่ต้องมาถามน่ะ เพราะว่าเราไม่สนใจอยู่แล้ว 5555
 
อิอิ แต่ก็ได้แค่คิดหล่ะคับ
 
มื้อเย็นวันนี้เป็นแป้งผัดที่แสนจะเลี้ยน กับฮอทดอคที่แสนจะอร่อย ก็หมดไปอีกวัน

อันนี้ไปเที่ยวสำรวจเมือง Daejeon มา วันเสราร์

มีตอนเช้าวันเสาร์ก็ไปที่ Daejeon Station เป็นสถานนีรถไฟ มี Tourist Service Center ที่นั่น พนักงานพูดภาษาอังกฤษได้ด้วย ดีจัง แล้วก็ไปซื้อ บัตรเติมเงินรถโดยสาร แบบ Pre-Paid ราคาบัตร 2,500 วอน ใช้ได้ทั้งรถเมล์และรถใต้ดิน คือว่าถ้าต่อรถคันใหม่ภายในหนึ่งชั่วโมงหากใช้บัตรนี้จะไม่เสียค่าต่อ ดีจริง ๆ เมืองไทยน่าจะทำบ้าง
แล้วตอนบ่าย ๆ ก็ไปที่ SAY Department Store กับ Homever Supermarket ก็คือห้างบ้านเรานี้เองหล่ะ พอดีว่าวันนี้มากับพวกสาว ๆ ไทยก็เลยโดนลากเข้าไปร้านเครื่องสำอาง บ่อย ๆ เซ็งเลย  แต่ว่าเครื่องสำอางที่นี้ แบรนด์เกาหลีถูกมาก มียี่ห้อ ETUDE , และอื่น ๆ อีกจำไม่ได้ เลยหลวมตัวซื้อมาเป็นของฝากแฟนเลย อิอิ
 
ตอนเย็นก็ไปซุปเปอร์ที่ Homever กะว่าจะซื้อพวกอาหารสำเร็จรูปไปเก็บไว้เผื่อโรงอาหารไม่เปิดหรือต้องการประหยัดเงินจะได้เอามาทำกิน  พอเข้าไปถึง ก็พอซุ้มแสดงอาหารมาก ๆ ให้ลองชิม ประมาณว่ามากจนเสียว่าถ้าลองชิมชิ้นละเจ้า ก็อิ่มแล้ว แต่สำหรับคนไทยอย่างเรา ก็เลยชิมมันเกือบทุกเจ้าเลย อิอิ
 
วันนี้กลับหอตอนสามทุ่มโดยนั่งรถเมล์ พอมีบัตรเติมเงินก็เลยรู้สึกว่าการนั่งรถเมล์มันแสนสะดวก แค่เอาบัตรไปแปะ ปี๊บ ๆ ก็เสร็จแล้ว
6月8日

วันนี้ก็นั่งแง้วอีกวัน แต่ก็ได้ทดลองกิน น้ำโสมขวด (อร่อยมาก หวาน ๆ)แล้วก็ ถ่ายรูปอาหารเย็นมาฝาก

อาหารเย็นวันนี้
มีต้ม รากบัวกับไข่นกกระทา (ตอนแรกนึกว่าจะหวาน ๆ แล้วรสชาติมันเค็ม ๆ ก็เลยเอามาเป็นน้ำจิ้มปลาซาบะทอดซ่ะเลย
 
แล้วก็มีน้ำซุปให้กินทุกวัน  วันนี้เป็นน้ำแกงรสชาติคล้าย มาม่าต้มยำแต่ไม่เปรี้ยวเลย แล้วก็มีไข่คน กับผักนิดหน่อย
 
คนเกาหลีนี้กินเก่งมาก ๆ ทุกมื้อจะมีข้าว กับน้ำแกง เมื่อเที่ยงก็มีข้าวกับ บะหมี ด้วย

มาอีกแล้วคับ อันนี้เป็นรูปตอนไปเที่ยว expo park คล้าย ๆ แดนเนรมิตบ้านเรา แต่ดูดีกว่า

แล้วก็เป็นรูป ตอนไปกินข้าวใน ร้านอาหารจีน หลังจาก เที่ยว expo park เสร็จ
บังเอิญ แถวนั้น อาหารแพง ๆ ก็เลยหลงเข้าไป  ในร้านอาหารจีน เปิดเมนูดู มีแต่อาหารราคา
หมื่นอัพ มีแค่หน้าเดียวที่เป็นอาหารจานเดียวถูกที่สุด คือ 7000 วอนซึ่งเราก็สั่งมากิน นั้นคือ
ข้าวผัดกุ้ง ได้กุ้งตัว กลาง ๆ มา สิบกว่าตัว แล้วให้ข้าวเยอะมาก ๆ มีออเดิร์ฟ เติมฟรีตลอดเลย
สมแล้วหล่ะที่แพง อิอิ  แต่นี่คงจะเป็นมื้อสุดท้ายที่ได้กินของดีอย่างนี้หล่ะ  จะเก็บเงินไปเที่ยว อิอิ
ถ้าอยากรู้ว่า คิดเป็นเงินไทยเท่าไหร่เอา 0.04 คูณน่ะ
 
ปล อาจเห็นรูปสาว คนหนึ่งบ่อยเป็นพิเศษ เธอชื่อ Hsu เป็นคนพม่า พอดีว่ายอมเย็น ๆ กล่องเราแบตหมด
ก็เลยฝากให้เขาช่วยถ่ายรูปไหน แล้วสุดท้ายก็เลย ไปขอก๊อปปี้มาหมด เลย อิอิ

วันที่สามที่จีน ไปเที่ยวบ้านดิน

วันนี้ได้ไปเที่ยวบ้านดินตอนเช้า จะเห็นในภาพว่าเป็นทรงกระบอกใหญ่มาก ๆ แล้วตอนเย็นก็ไปแช่น้ำแร่ (ผสม ดอกไม้ ขิง กาแฟ ไวน์ ใบชา ฯลฯ) แล้วก็นอนโรงแรมห้าดาว
มื้อเย็นเป็นกุ้งมังกร  กับ ขาห่านน้ำแดง 

วันที่สองที่จีน

ข้ามเกาะไปเที่ยวเกาะเปียนโน
แล้วก็นั่งรถไปเที่ยวที่จังหวัดอื่น
จะเห็นความแตกต่างจากเซียเหมินตรงที่ความสะอาดและความเป็นระเบียบ
ตอนเย็นก็ไปเดินย่านช๊อปปี้ แล้วก็แอบถ่ายรูปสาวกำลังกินสายไหมอยู่น่ารักมาก(พี่สาวเราเอง)
1月9日

ปีใหม่ไปจีนมา

ปีใหม่ไปจีนกับครอบครัวมาครับ
 
เอาภาพมาลง เป็นภาพตอนไปเซี่ยเหมินเป็นวันแรก ตั้งแต่อยู่สนามบินสุวรรณภูมิ (ไม่ประทับใจเลย)  จนถึงไปเที่ยวที่วัด (อะไรจำไม่ได้) แล้วก็มากินข้าวเย็น แล้วก็เข้าโรงแรมนอน
12月29日

สวัสดีปีใหม่

ถึงเพื่อนแคนที่ หน้า....
 
 
วันนี้เพื่อนเอกดีใจมาก
 
เพิ่งส่งเมล์ไปให้พรปีใหม่ น้องฝนมันมา
 
ว่า
 
ปีใหม่แล้ว ก็สวัสดีปีใหม่ด้วย
เอ.......... มาคิดดูว่าทำไมต้องเข้ามาอ่าน Blog นี้หว่า   ก็คงจะเป็นเพราะว่า  ในรุ่นนี้พี่รู้จักน้องฝนมากที่สุด ก็ได้ 
ไม่ได้รู้จักโดยตรงแต่รู้จากใคร  สักคนที่เป็นเพื่อนสนิทพี่  เอาเป็นว่า  อย่าไปใส่ใจเลย  ไร้สาระ
อ่านไปก็ขำไป
ขำดีน่ะชีวิตคนเรานี่
ตอนเด็ก ๆ เคยดูละครน้ำเน่าแล้วรู้สึกว่า มันเวอร์ไปหรือเปล่า...
พอ "โตขึ้น โตขึ้น"  ก็มาเข้าใจว่าไอ้ที่เห็นในละครน้ำเน่าเนี้ย มันก็คือชีวิตจริง นี่เอง
อ่านไป อ่านไป  .....
ก็ลองคิดตั้งชื่อเรื่อง  ๆ นี้ดูว่าจะให้เป็นเรื่องอะไร  "เจ้าหญิงงี่เง่า Stupid กับเจ้าชาย ... " ดีหรือเปล่า
หรือ "เจ้าหญิงผู้น่าสงสาร" หรือ "Blog อะไรมีแต่เรื่องเศร้า ๆ" ดีน่ะ
ชอบชื่อไหนหล่ะ  ?
แต่พี่....
พี่ไม่ชอบเลยทั้งสองชื่อ
เพราะอะไรเหรอ
เพราะว่ามันมีคำว่าเจ้าหญิงไง
ทำไมเหรอ
ก็กูไม่ชอบหนิ ไม่มีเหตุผล
เอาเป็นแค่เรื่อง "เรื่องเล่าของสาวธรรมดา คนหนึ่ง"  ก็แล้วกันจะเหมาะกว่า
เราจะไปคิดอะไรให้มันมากกับชีวิต   ให้มันฟุ้งซ่านไปทำไม  ในเมื่อ
เราไม่สามารถกำหนดชีวิตของเราได้เหมือนกันกับ  ในละครนัวเนียร์
แล้วเราจะไปคิดถึงวันวานมันทำไมในเมื่อเรายังมี วันนี้ และวันพรุ่งนี้ให้เราดำเนินชีวิตต่อไป
ชีวิตคนเรามันก็เหมือนกับการเล่นขายของ  ไม่ใช่ว่าทุกคนที่เข้ามาในร้านของเรา จะต้องซื้อของของเรา
บางคนอาจจะมาขโมยของของเราก็ได้ อย่างเช่น หัวใจ อิอิ
แล้วโดนขโมยไปหรือยังหล่ะ??
เอาอย่างนี้ลองเอามือมาจับที่หน้าอกดูสิว่าหัวใจมันยังเต้นอยู่หรือเปล่า
ก็แค่นั้น  ชีวิต must go on.
สงสัยไหมทำไมพี่อ่านไปขำไป
ก็จะไม่ให้ขำได้ไง
บอกว่าไม่อยากเป็นอย่างนั้น ไม่อยากเป็นอย่างนี้ แต่ไม่พยายามทำตัวให้ดีขึ้นเลย
ปีใหม่มาถึง  กันนิสัยเดิม ๆ ปีหน้ามันก็เป็นอย่างเดิมหล่ะ จริงไหม
"พี่ไม่ใช่หนู  ไม่เข้าใจหนูหรอก  มาหลอกด่ากัน โกรธล่ะ"
จะคิดในใจอย่างนี้หรือเปล่าน่ะ
พี่ไม่เข้าใจหรอก
แต่รู้เพืยงว่า หากเราจะเปลี่ยนแปลงอะไร ๆ แค่บอกว่า "กูจะเป็นอย่างโน้น  มาบ่นว่ากูไม่อยากเป็นอย่างนี้"
แต่ไม่มีการเริ่มต้น มันจะเปลี่ยนแปลงได้เหรอ
อยากจะไปเที่ยวแฟรี่  แต่วันนี้รถมอเตอร์ไซต์เสีย  ก็เลยคิดว่าไปไม่ได้แล้ว
ทำไมไม่ลองคิดหารถประจำทางไปดู  หรือให้คนอื่นไปส่งดูหล่ะ
ชีวิตมันไม่ง่ายหรอก
ในละครน้ำเน่ากว่านางเอกจะสมหวัง  ไม่ต้องเจอกันอุปสรรคเลยเหรอ??
เอาเป็นว่าอยากชนะใจตัวเองเลิกซึมเศร้ากับอดีต ก็เริ่มด้วยการ ไม่ต้องมาบ่นเรื่องอดึตดูสิ
ไม่ใช่มาบ่นเอาอย่างนี้ทุกวัน ๆ แล้วมันจะลืมเหรอ
เงยหน้ามองปัจจุบัน แล้วก็อนาคต  ยังมีอะไร ๆ ท้าทายตั้งเยอะ ตั้งแยะให้ทำ  กว่าจะเป็นยายแก่ที่มานั่งนึกถึงความหลัง มันยังตั้งอีก 40 กว่าปี
ทำตัวเป็นยายแก่ไปได้
เดี๋ยวเจอกันครั้งหน้าจะเรียกว่า  "ยายฝน ยายฝน" น่ะ  คงจะน่าฟังดีไม่น้อย
สุดท้ายก็อยากฝากไว้
ให้คิดถึงแต่เรื่องดี ๆ ของเรา กับของคนอื่นเข้าไว้  มองโลกในแง่ดี  แล้วจะเป็นที่รักขึ้นอีกเยอะเลย
ไอ้เรื่องไม่ดี ๆ ของตัวเรากับของคนอื่นน่ะ  ไม่ต้องไปคิดมันคิดแล้ว  ทำร้ายตัวเองเปล่า ๆ จะเจ็บเองเปล่า ๆ
สุขสันต์ปีใหม่น่ะ 
 
 
 
Blog อะไรก็ไม่รู้มีแต่เรื่องเศร้า ๆ เห็นแล้วไม่สบอารมณ์
 
เลยด่าไปยกหนึ่ง
 
ก็รู้สึกดีขึ้น
 
 
สวัสดีปีใหม่ 2007
 
สำหรับท่านผู้อ่านทุกท่าน
 
ขอให้ร่ำขอให้รวย  (ด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเอง)
 
ขอให้มี ขอให้ได้กิน (โดยไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น)
 
ขอให้สุข ขอให้สานต์ กันทุกหน้า
 
(พรหรือว่าอะไร ว่ะเนี่ย  งงง)